สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนในวันที่ 10 ก.ย 521. กลยุทธ์ ในการประกอบธุรกิจ มี 3 รูปแบบ คือ
Red Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีเลือด ถือเป็นหนทางหนึ่งที่เคยช่วย
ให้หลายธุรกิจ ประสบความสำเร็จ แต่ในความสำเร็จนั้น กลับก่อให้เกิดความรุนแรง
ในแวดวงธุรกิจการตลาด การแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่ง ความเป็นที่หนึ่งทางธุรกิจถือเป็น
จุดประสงค์หลัก ของกลยุทธ์นี้
Blue Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม จึงเป็นแนวทางดำเนินธุรกิจ
ที่เกิดขึ้นตามมาเพื่อหลีกเลี่ยง การแข่งขันทางการตลาดแบบเดิม กลยุทธ์น่านน้ำ
สีครามจะไม่แข่งขัน ผลิตสินค้ารูปแบบเดียวกันป้อนสู่ตลาด ไม่เอาชนะกันด้วยสินค้า
ลอกเลียนแบบ แต่จะเลือกพัฒนาสินค้าของตน ให้แหวกแนวไปจากที่มีอยู่ เน้นความ
เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน ใช้ "นวัตกรรมใหม่" และ "ความต่าง" เป็นตัวดึงดูดความสนใจ ของลูกค้า
White Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว เป็นฐานที่มั่นในการทำธุรกิจ
อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะอยู่ในน่านน้ำสีเลือดหรือสีครามก็ตาม หากผู้บริหารและองค์กร
มีความยึดมั่นอยู่บนคุณงามความดี ศีลธรรม และปรับมุมมองจากที่คอยตักตวงผลประ
โยชน์จากสังคม มาเป็นการช่วยเหลือ แบ่งปัน และเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวม โดยคำ
นึงถึงภาพกว้างของ People,Planet, Profit และ Passion เป็นแรงขับเคลื่อนใน
การบริหารงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่พันธกิจ วิสัยทัศน์ นโยบาย การผลิตการบริหาร
การตลาด การสื่อสาร การบริหารงานบุคคล ฯลฯ นับจากวันก่อเกิดองค์กร
2. ความคุ้มค่า คือ ความพอใจ
โดยในการเป็นผู้ประกอบการนั้นต้องคำนึงถึงความพอใจทั้ง 3 ข้อดังนี้
1. ตัวเรา (เจ้าของบริษัท)
2. ลูกค้า
3. สังคม
3. ประเภทของรายจ่าย มี 4 ประเภทดังนี้ค่ะ
3.1 งบบุคลากร คือ รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานบุคคล
ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจำ ค่าจ้างชั่วคราว เป็นต้น
3.2 งบค่าสาธารณูปโภค คือ รายจ่ายเกี่ยวกับค่าบริการสาธารณูปโภค
การสื่อสารและโทรคมนาคมต่างๆ ที่เราไม่สามารถทำเองได้ เช่น ค่าบริการ ค่าภาษี
ค่าไปไฟฟ้า, ค่าอินเตอร์เน็ต, ค่าน้ำปะปา เป็นต้น
3.3 งบการลงทุน คือ รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการลงทุน ที่ใช้ในระยะยาว
ไม่เกี่ยวข้องกับคน ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินและสิ่งก่อ
สร้าง ค่าอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการดำเนินงาน
3.4 งบในการดำเนินงาน คือ รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานประจำ
เช่น งบในการประชาสัมพันธ์, งบจัดประชุม สัมมนา เป็นต้น
4. ประเภทของรายรับมีดังนี้
4.1 จำนวนสินค้าที่ขายได้ เช่น ร้านขายของชำ, ร้านขายเสื้อผ้า เป็นต้น
4.2 จำนวนครั้งที่เข้าใช้บริการ เช่น ร้านเสริมสวย, สปา, ร้านอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สรุปจากเรื่องที่อาจารย์เล่า คนเกินร้อย หัวใจก็เกินร้อย
1. จากเรื่องเล่า คนเกินร้อย หัวใจก็เกินร้อย ใช้หลักการบริหารความเสี่ยงหรื่อไม่ ถ้าใช้
ใช้ประเด็นใด
Ans. 1.ใช้หลักการบริหารความเสี่ยงคือ พยายามลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น คือ ไม่ต้อง
ขับรถแท็กซี่ไปเรื่อยๆ เพื่อหาผู้โดยสาร แต่ใช้วิธีการไปดักรอลูกต่างชาติที่หน้าโรงแรม
เพราะลูกค้าต่างชาติ จะใช้บริการเหมารถแท็กซี่ไปที่ไกลๆ เช่น พัทยา เป็นต้น ก็เป็นการ
ลดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมัน คือไม่ต้องขับรถหาผู้โดยสารเอง ซึ่งอาจจะได้ค่าตอบ
แทนไม่คุ้มกับที่เสียค่าน้ำมันไปก็ได้
2. พยายามลดต้นทุน คือ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น เลิกดื่มเหล้าแล้วหันมากินข้าว
ให้อิ่มแทน ก็จะไม่สามารถดื่มเหล้าได้ และเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุด้วย
เพราะหากดื่มเหล้าแล้วมาขับรถก็ทำให้เป็นอันตรายต่อชวิตของตนเองและผู้โดยสารได้
2. ใช้หลักการหาลูกค้าตามเป้าหมายหรือไม่ อย่างไร
Ans. ใช้การหาลูกค้าตามเป้าหมายคือ เมื่อก่อนเขาจะรอรับลูกค้าต่างชาติที่โรงแรม เพราะ
ได้ค่าตอบแทนในการเหมารถสูงและแน่นอน แต่เมื่อเศษฐกิจแย่ลงเขาก็เริ่มออกตระเวน
หาลูกค้าอื่นแทน
3. ข้อเสนอแนะในการบริหารความเสี่ยง
Ans. พยายามไปหาผู้โดยสารตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติชอบไป เพื่อเป็น
การหาผู้โดยสารตามเป้าหมาย และพยายามฝึกพูด ฝึกสนทนาไว้หลายๆภาษา เพื่อที่จะได้
รับลูกค้าได้หลายชาติ และสามารถพูดคุยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้ลูกค้าได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น