วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

สรุปและตอบคำถามเรื่องที่เรียนวันพฤหัสที่ 10 ก.ย 52

สรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนในวันที่ 10 ก.ย 52

1.  กลยุทธ์ ในการประกอบธุรกิจ มี 3 รูปแบบ คือ
     Red Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีเลือด ถือเป็นหนทางหนึ่งที่เคยช่วย
ให้หลายธุรกิจ ประสบความสำเร็จ แต่ในความสำเร็จนั้น กลับก่อให้เกิดความรุนแรง
ในแวดวงธุรกิจการตลาด การแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่ง ความเป็นที่หนึ่งทางธุรกิจถือเ
ป็น
จุดประสงค์หลัก ของกลยุทธ์นี้
     Blue Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม จึงเป็นแนวทางดำเนินธุรกิจ
ที่เกิดขึ้นตามมาเพื่อหลีกเลี่ยง การแข่งขันทางการตลาดแบบเดิม กลยุทธ์น่านน้ำ
สีครามจะไม่แข่งขัน ผลิตสินค้ารูปแบบเดียวกันป้อนสู่ตลาด ไม่เอาชนะกันด้วยสินค้า
ลอกเลียนแบบ แต่จะเลือกพัฒนาสินค้าของตน ให้แหวกแนวไปจากที่มีอยู่ เน้นความ
เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน ใช้ "นวัตกรรมใหม่" และ "ความต่าง" เป็นตัวดึงดูดความสนใจ ของลูกค้า
     White Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว เป็นฐานที่มั่นในการทำธุรกิจ
อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะอยู่ในน่านน้ำสีเลือดหรือสีครามก็ตาม หากผู้บริหารและองค์กร
มีความยึดมั่นอยู่บนคุณงามความดี ศีลธรรม และปรับมุมมองจากที่คอยตักตวงผลประ

โยชน์จากสังคม มาเป็นการช่วยเหลือ แบ่งปัน และเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวม โดยคำ
นึงถึงภาพกว้างของ People,Planet, Profit และ Passion เป็นแรงขับเคลื่อนใน
การบริหารงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่พันธกิจ วิสัยทัศน์ นโยบาย การผลิตการบริหาร
การตลาด การสื่อสาร การบริหารงานบุคคล ฯลฯ นับจากวันก่อเกิดองค์กร

2.  ความคุ้มค่า คือ ความพอใจ

โดยในการเป็นผู้ประกอบการนั้นต้องคำนึงถึงความพอใจทั้ง 3 ข้อดังนี้
1. ตัวเรา (เจ้าของบริษัท)
2. ลูกค้า

3. สังคม

3.  ประเภทของรายจ่าย มี 4 ประเภทดังนี้ค่ะ
     3.1  งบบุคลากร คือ รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานบุคคล
ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจำ ค่าจ้างชั่วคราว เป็นต้น
     3.2  งบค่าสาธารณูปโภค คือ รายจ่ายเกี่ยวกับค่าบริการสาธารณูปโภค
การสื่อสารและโทรคมนาคมต่างๆ ที่เราไม่สามารถทำเองได้ เช่น ค่าบริการ ค่าภาษี
ค่าไปไฟฟ้า, ค่าอินเตอร์เน็ต, ค่าน้ำปะปา เป็นต้น

     3.3  งบการลงทุน คือ รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการลงทุน ที่ใช้ในระยะยาว
ไม่เกี่ยวข้องกับคน ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินและสิ่งก่อ
สร้าง ค่าอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการดำเนินงาน
     3.4  งบในการดำเนินงาน คือ รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานประจำ
เช่น งบในการประชาสัมพันธ์, งบจัดประชุม สัมมนา เป็นต้น

4.  ประเภทของรายรับมีดังนี้
     4.1  จำนวนสินค้าที่ขายได้ เช่น ร้านขายของชำ, ร้านขายเสื้อผ้า เป็นต้น
     4.2  จำนวนครั้งที่เข้าใช้บริการ เช่น ร้านเสริมสวย, สปา, ร้านอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สรุปจากเรื่องที่อาจารย์เล่า คนเกินร้อย หัวใจก็เกินร้อย

1. จากเรื่องเล่า คนเกินร้อย หัวใจก็เกินร้อย ใช้หลักการบริหารความเสี่ยงหรื่อไม่ ถ้าใช้
ใช้ประเด็นใด

Ans. 1.ใช้หลักการบริหารความเสี่ยงคือ พยายามลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น คือ ไม่ต้อง
ขับรถแท็กซี่ไปเรื่อยๆ เพื่อหาผู้โดยสาร แต่ใช้วิธีการไปดักรอลูกต่างชาติที่หน้าโรงแรม
เพราะลูกค้าต่างชาติ จะใช้บริการเหมารถแท็กซี่ไปที่ไกลๆ เช่น พัทยา เป็นต้น ก็เป็นการ
ลดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมัน คือไม่ต้องขับรถหาผู้โดยสารเอง ซึ่งอาจจะได้ค่าตอบ
แทนไม่คุ้มกับที่เสียค่าน้ำมันไปก็ได้
2. พยายามลดต้นทุน คือ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น เลิกดื่มเหล้าแล้วหันมากินข้าว
ให้อิ่มแทน ก็จะไม่สามารถดื่มเหล้าได้ และเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุด้วย
เพราะหากดื่มเหล้าแล้วมาขับรถก็ทำให้เป็นอันตรายต่อชวิตของตนเองและผู้โดยสารได้

2. ใช้หลักการหาลูกค้าตามเป้าหมายหรือไม่ อย่างไร

Ans. ใช้การหาลูกค้าตามเป้าหมายคือ เมื่อก่อนเขาจะรอรับลูกค้าต่างชาติที่โรงแรม เพราะ
ได้ค่าตอบแทนในการเหมารถสูงและแน่นอน แต่เมื่อเศษฐกิจแย่ลงเขาก็เริ่มออกตระเวน
หาลูกค้าอื่นแทน
3. ข้อเสนอแนะในการบริหารความเสี่ยง
Ans. พยายามไปหาผู้โดยสารตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติชอบไป เพื่อเป็น
การหาผู้โดยสารตามเป้าหมาย และพยายามฝึกพูด ฝึกสนทนาไว้หลายๆภาษา เพื่อที่จะได้
รับลูกค้าได้หลายชาติ และสามารถพูดคุยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้ลูกค้าได้


วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552


โจทย์ : ท่านคิดว่าการจะเป็นผู้ประกอบการด้าน IT ควจจะต้องพิจารณาหรือต้องทำอะไรบ้าง

Ans. ก่อนอื่นเราจะต้องมีการคิดหรือวางแผนโครงการทางธุรกิจไว้อยู้แล้ว เพื่อให้มองเห็นช่องทางหรือโอกาสทางธุรกิจด้วยตนเอง หรือเราอาจจะต้องมีการเสริมความรู้ให้มีหลักวิชาการที่ถูกต้องหรือเพิ่มเติมจากเดิมที่ตนเองรู้อยู่แล้ว เพื่อจะได้นำไปเสริมประสบการณ์ที่เรามีอยู่ ดังนั้นขั้นตอนแรกของการจะเป็นผู้ประกอบการก็คือการสำรวจตนเองว่ามีวิสัยทัศน์ของการเป็นผู้ประกอบมากน้อยเพียงไร
ซึ่งแผนกลยุทธ์ ก็คือ การมองการไกล ว่าเราจะประกอบธุรกิจอะไร ประเภทของสินค้า กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โอการสทางธุรกิจ แนวทางการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและมีความเสี่ยงน้อยที่สุด
พันธกิจ เป็นการกำหนดกรอบว่าเราจะทำอะไร อยู่ที่จุดไหนของธุรกิจ และมีเป้าหมายมุ่งไปที่จุดใด แล้วเราก็จพดำเนินธุรกิจของเราตามแผนกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ว่า จะดำเนินการให้บรรลุกรอบของพันธกิจ ที่กำหนดเป้าหมายไว้แล้ว ได้อย่างไร และ เมื่อไร

สิ่งที่เราจะต้องปฎิบัติในการเป็นผู้ประกอบการ มีดังนี้
1. ศึกษาความรู้ความสามารถของตนเอง และความชอบ เพื่อที่จะได้ตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง และตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง
2. ในการทำแผนธุรกิจ เราต้องศึกษาความเป็นไปได้ทางการตลาด, ความเป็นไปได้ด้านการดำเนินการ, และศึกษาความเป็นไปได้ในด้านการเงิน
3. ศึกษาคู่แข่งทางธุรกิจ เพื่อที่เราจะได้วางแผนการดำเนินธุรกิจได้ถูกต้องโดยไม่ส่งผลต่อธุรกิจของเรา และไม่เป็นการเบียดเบียนคู่แข่งด้วย เช่น การเปลี่ยนคู่แข่งทางธุรกิจให้กลายมาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เป็นต้น
4. ศึกษาโอกาสทางธุรกิจ เพื่อหาช่องทางหรือโอกาสในการดำเนินธุรกิจ
5. ศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่เราควรคำนึงถึงเสมอในการดำเนินธุรกิจคือ ศิลธรรมในการดำเนินธุรกิจ

คุณสมบัติที่ดีของผู้ประกอบการ

1. มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ จะต้องมีความตั้งใจทั้งลงทุนลงแรง ต้องมีการวางแผน ตัดสินใจ ดำเนินการ ดำเนินการแก้ไขปัญหาตลอดเวลา
2. มีความมั่นใจในตนเอง เป็นคนที่มีกำลังใจให้ตนเองสูง ไม่กลัวการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค
3. มีแนวคิดเกี่ยวกับธุรกิจของตนเองอย่างชัดเจน ต้องรู้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ อะไรคือธุรกิจของตนเอง ต้องรู้จุดอ่อน จุดแข็ง และต้องมีกลยุทธในการทำให้ธุรกิจของตนเองประสบความสำเร็จ
4. มีแผนงานที่เป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบแบบแผนที่ชัดเจน
5. มีความสามารถในการบริหารการเงิน ควรมีทักษะในด้านการบัญชีและการเงินด้วย
6. มีความสามารถด้านการตลาด เพื่อทำให้กิจการอยู่รอดได้
7. มองเห็นสภาพการแข่งขันในอนาคต ซึ่งมีความไม่แน่นอนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
8. มีแหล่งสนับสนุนที่ดี
9. มีทักษะในการประสานงาน เช่น ทักษะในการสื่อสาร การสั่งงาน เป็นต้น
10. มีการจัดองค์การที่เหมาะสม มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน เหมาะกับขนาดของกิจการ

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

8 วิธีเห็นผี *-*


*วิธีที่1* “มองลอดใต้หว่างขา” (เห็นผี 21 คน)
1. นำใบไม้ (จากต้นใดก็ได้) ที่ร่วงลงมาจากต้นไม้
ต้องเป็นของต้นนั้นจริง ๆ และร่วมลงมาไม่ห่างจากลำต้นมากนัก
หากอยู่ใกล้รากจะยิ่งดี
2. ยืนในที่โล่ง และต้องมองเห็นพระจันทร์
หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหันหลังไปทางทิศตะวันตก
3. นำใบไม้ที่เก็บมา เอาไว้ในฝ่ามือ (จะทำมืออย่างไรก็ได้
แต่ห้ามพนมมือ)
4. หมุนตัวตามเข็มนาฬิกา (หมุนซ้าย) ช้า ๆ เมื่อมาหยุดที่เดิม
(ทิศตะวันออกที่หันหน้าไว้ตั้งแต่แรก) ให้ท่องว่า
“พุทโธทายะ” (เหมือนผีถ้วยแก้วเลย) ทำแบบนี้ 3 รอบ (ท่อง 3 ครั้งด้วย)
***เพื่อให้เห็นภาพ*** รอบที่1 ยืนหันไปทางทิศตะวันออก
หมุนซ้ายไปจนมาหยุดที่จุดเริ่มต้นแล้วท่องว่า
“พุทโธทายะ” และทำต่อไป รอบที่ 2 และรอบที่ 3
5. หลับตานึกถึงใบไม้ที่อยู่ในมือ กับต้นเจ้าของใบไม้
แล้วให้คิดว่าใบไม้ในมือ
คือพลังงานอย่างหนึ่งที่จะเรียกวิญญาณมาได้
และนึกเอาว่าใบไม้นี้ได้ตายไปแล้วจึงได้หลุดมาจากต้นไม้
เพราะฉะนั้นเราติดต่อกับวิญญาณได้
เหมือนที่ติดต่อกับใบไม้ที่ตายแล้วใบนี้
6. ค่อย ๆ ก้มหน้าลง (ระหว่างนี้ห้ามลืมตาเด็ดขาด)
เมื่อคุณก้มและพร้อมแล้ว “ให้ตั้งสติดี ๆ” แล้วลืมตา
7. แล้วผีจะมาให้เห็น
***หากเห็นอะไรห้ามวิ่ง ไม่ว่าสิ่งที่เห็นจะอยู่ไกล
หรือมาประจันหน้าก็ตาม ต้องทำตามนี้ก่อน***
1. เงยหน้าขึ้น ทิ้งใบไม้ลงพื้นทันที
2. หมุนตัวทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบ
โดยไม่ต้องท่องอะไรเลย
3. เมื่อกลับถึงบ้านต้องล้างหน้า 3 ครั้ง ก่อนล้างให้ท่อง
“พุทโธ” แล้วเป่าลมลงน้ำจึงค่อยล้างหน้าทำแบบนี้ 3 ครั้ง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


*วิธีที่2* “ตัดเล็บตอนกลางคืน” (เห็นผี 12 คน)
***ขอย้ำเลยวิธีนี้ ต้องทำระหว่าง 4 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน
เพราะต้องไม่ให้โพล้เพล้ หรือ เป็นวันใหม่”***
1. ตัดเล็บมือเท่านั้น โดยเริ่มจากนิ้วก้อย ,นิ้วโป้ง
,นิ้วนาง ,นิ้วชี้ และนิ้วกลาง (ตัดจากนอกเข้าในนั่นเอง)
โดยเริ่มตัดจากมือขวาก่อน และทำแบบเดียวกันกับมือซ้าย
*เล็บที่ตัดห้ามหักหรือขากเด็ดขาดต้องเป็นโค้งตามรูปเล็บ
มิเช่นนั้นจะไมได้ผล*
2. น้ำเศษเล็กที่ตัดห่อใส่ผ้าอะไรก็ได้แต่ต้องเป็นสีดำ
(ต้องใช้แล้ว ไม่ใช่ผ้าใหม่)
3. นำไปวางไว้ทางทิศตะตก (เช่นเคย) ของที่พักอาศัย
4. เมื่อคุณเข้านอนได้ไม่นาน
จะมีคนมานั่งตัดเล็บอยู่ตรงปลายเท้าที่คุณนอน (เสียงดัง
“แก๊กๆ” นั่นแหละ)
เป็นการตัดเล็บของเค้ามาคืนคุณ
5. ถ้าอยากเห็นก็ลืมตาแต่ห้ามโวยวาย
เพราะเขาจะไปแล้วคุณอาจจะซวยได้ (เพราะถือว่าเค้ามาดี
โดยที่เขาคิดว่าเราเอาเล็บไปแลก หรือไปเล่นกับเขา
แล้วเขาก็เลยเอาของเขามาคืน
6. เมื่อคุณตื่นในตอนเข้า ให้ไปยังจุดที่คุณเอาเล็บไปวางไว้
คลี่ห่อผ้าออก จะพบเล็บของคนอื่นไม่ใช่ของคุณ
7. ให้คุณพูดเบา ๆ ว่า “ขอบคุณ” แล้วเอาไปฝังไว้ที่ใดก็ได้
โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยของคุณ
(แต่ห้ามทิ้งหรือเผาโดยเด็ดขาด)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


*วิธีที่3* “หันหลังให้กระจกแล้วกลืนน้ำลาย” (เห็นผี 16 คน)
- วิธีนี้ต้องทำคนเดียวเท่านั้น
- วิธีนี้ต้องทำก่อนเที่ยงคืน 6 นาที
- นาฬิกาที่คุณใช้เป็นเกณฑ์ในกาวัดให้ยึดเรือนใดเรือนหนึ่งในบ้านได้เลย
1. ยืนหันหลังให้กระจก (ครั้งนี้จะทิศใดก็ได้) ตอนเวลา 5 ทุ่ม 54 นาที
2. กลืนน้ำลาย 1 ครั้ง ทุก ๆ 1 นาที
3. พอครบ 6 นาที หมายความว่าคุณกลืนน้ำลายไปแล้ว 6 ครั้ง
และถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี
4. หลับตาแล้วหันไปทางกระจก หันซ้ายหรือขวาก็ได้แต่ช้าๆ
แล้วกลืนน้ำลายอีกครั้ง (เป็นครั้งที่7) แล้วลืมตา และผีจะมาให้เห็น
5. เมื่อคุณต้องการยุติพิธี ให้หลับตากลืนน้ำลายอีกครั้ง
เป็นอันจบพิธี

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


*วิธีที่4* “ดีดลูกคิดตอนกลางคืน” (เห็นผี 32 คน)
- ลูกคิดที่ใช้ดีด ให้ดีดอันที่มีรางยาวที่สุดเท่านั้น
- ต้องอยู่คนเดียว เพราะต้องใช้สมาธิอย่างมาก
1. ให้ลูกคิดทุกลูก ในทุกรางอยู่สุดรางที่หันมาหาตัวเรา
2.ดีดลูกคิดขึ้นโดยให้ลูกคิดออกจากตัวทีละลูก
ไล่ไปตั้งแต่รางแลกไปจนรางสุดท้าย
3. ตั้งสมาธิให้ดีอย่างมาก แล้วจับรางลูกคิดตั้งขึ้น
ให้ลูกคิดวิ่งกลับมาที่เดิมในตอนแรก
4. มองรอดช่องรางลูกคิด แล้วผีก็จะมาให้เห็น
5. หลังจาการทำเรียบร้อยแล้ว ให้ทิ้งลูกคิดนั้นทันที *ห้าม*
นำกลับมาใช้อีกเป็นเป็นอันขาด

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


*วิธีที่5* “เอามุ้งคลุมหัวตอนกลางคืน” (เห็นผี 6 คน)
1. เอามุ้งมาครอบหัวไว้ (หลับตาตั้งแต่ก่อนคลุมแล้ว)
2. ท่อง มะ-อะ-อุ 7 ครั้ง (อย่าลืมว่าต้องหลับตา)
3. ลืมตา แล้วผีจะมาให้เห็น

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


*วิธีที่6* “ใส่เสื้อกลับแล้วนอนห้อยหัว” (เห็นผี 31 คน)
- ต้องทำคนเดียว
1. ใส่เสื้อโดยการเอาข้างหลังมาอยู่ข้างหน้า (ถ้ามีกระดุม
ก็เอากระดุมไว้ขางหลังนั่นเอง)
2. นอนลงบนที่นอนที่สูงกว่าพื้น แล้วห้อยหัวลงมอง
(เหมือนแหงนหน้า)
3. แล้วผีจะมาให้เห็น

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


*วิธีที่7* “แหงนหน้ามองตรงบันได” (เห็นผี 42 คน)
ต้องทำคนเดียว
1. นั่งบนบันไดชั้นบนสุด แล้วลงมาทีละขั้นทั้งที่ยังนั่งอยู่
(ใช้ก้อนลงบันได้นั่นเอง)
2.เมื่อถึงขั้นสุดท้าย ให้ยังคงนั่งอยู่ที่ขั้นสุดแล้ว
แล้วจึงแหงนหน้ามองกลับขึ้นไปชั้นบนสุด
3. แล้วผีจะมาให้เห็น

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


*วิธีที่8* “สวมพระกลับหลัง” (เห็นผี 28 คน)
ต้องทำคนเดียว
1. สวมพระโดยคล้องสร้อยพระไว้ด้านหลัง
(ให้เหมือนที่อยู่ด้านหน้าเลย)
2. ยื่นแขนซ้ายออกไปข้าง ๆ แล้วทำมุมข้อศอก
โดยให้กำปั้นทิ่มลงพื้น
และให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น
3. มองลอดผ่านช่องแขน แล้วจะเห็นผี

p.s. ใครไม่เคยเห็นผีก้อไปลองดูซํกวิธีนะจ้ะ
ส่วนเจ้าของบล็อคคงไม่ลองอ๊ะ
เพราะว่าส่องกระจกเห็นทุกวันอยู่แร้ว เหอๆๆๆ

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อ่านไม่เกิน 2 นาที ได้ข้อคิดดีๆๆน๊ะ ^^



















ข้อคิดดีๆ จาก forward mail นะจ้ะ

Operator โดนด่าเละ TT

ใครที่อยากไปทำงานเป็น Operator ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ อะไรประมาณนี้
ก้อลองฟังดูไว้นะค๊ะ,,,,จะได้ฝึกความอดทน




p.s พนักงานคนนี้เค้ามีความอดทนสูงจิงๆๆๆ น๊ะ
น่าสงสาร แหะ
แต่คุนผู้ชายคนนี้สิ,,,เห็นเป็นผู้หญิงเบ่งใหญ่เรย
เข้าคอนเซ็ปเรย ตบเด็ก เต๊ะหมา ท้าหญิงต่อย
(เด็ก สตรี คนชรา มีเรื่องขอให้บอก) โห,,,โคตรแมนเรยว๊ะ ฮึฮึ

ใครรุ้จักเกิน 5 แปลว่า แก่ๆๆ ,,,,

มาเช็คกันดูนะจ้ะ,,,ว่าตัวเองอ๊ะ เป็นคนยุคไหน
ถ้าใครดูรูปพวกนี้ รู้จักเกิน 5 เนี๊ย
แปลว่า,,,
แก่ มั่กมาก ๕๕+























P.s สำหรับเจ้าของบล็อคน๊ะค่ะ
ปรากฎว่าไม่รู้จักสักอย่างเรยค๊ะ
^^คิคิ
โกหกบาปไม๊เนี่ย -*-
จาก forward mail

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สุดยอดแห่งภาพลวงตา ~*

ภาพนี้ระหว่างตารางจะเห็นจุดสีดำ (ทั้งๆที่จริงๆไม่มีนะค๊ะ)



ภาพนี้เส้นทั้งหมดเป็นเส้นตรง และขนานกันในแนวนอนค่ะ



ภาพนี้เหมือนมันพริ้วจร้า



ภาพนี้เหมือนมันพริ้วอีกล่ะ



ภาพนี้ถ้าจ้องจุดดำตรงกลางสักพัก แล้วสีเทารอบๆจะหายไปค่ะ


ภาพนี้เป็นคลื่นๆเลย



ภาพนี้ภาพเด็กทารกนะค่ะ ดูดีๆนะ (ถ้ามองไม่เห็น ใบ้ว่าตัวใหญ่นะจ้ะไม่ใช่เด็กตัวเล็ก)



ภาพนี้เห็นว่ามันตั้งหรือว่านอนกันแน่นะ อิอิ



ภาพนี้เป็นภาพดอกกุหลาบที่แฝงด้วยคนจูบกันค่ะ สวยมาก ^^



ภาพนี้ตกลงว่าเสามันเหลี่ยม รึว่า กลม กันนะ ??



ภาพนี้สี่เหลี่ยม เส้นไม่เบี้ยว นะจ้ะ,,,



ภาพนี้วงกลมก็ไม่เบี้ยวเช่นกันจร้า



ปิดท้ายด้วยภาพมังกรนะค่ะ,,,เอ๊ะหรือว่าคน



ทั้งหมดที่นำมาให้ดูกันนั้น,,,ถือว่าเป็นการฝึกสายตาแร้วกันนะค๊ะ
คลายเครียดด้วย หรือว่าเครียดกว่าเดิมนะ
สรุปก้อคือ ,,, สิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เราเห็น ??
โลกนี้มันก็หลอกลวงอย่างนี้แหล่ะ…๕๕๕


ภาพลวงตาจาก Forward mail ค๊ะ